การพัฒนาการใช้งานปัญญาประดิษฐ์
เรากำลังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในวิธีที่องค์กรนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งาน จุดเน้นกำลังเปลี่ยนจากอินเทอร์เฟซแชทแบบดิบๆ ที่ทำงานแยกต่างหาก มาเป็น โซลูชันทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ขับเคลื่อนโดยระบบนิเวศแบบไม่ต้องเขียนโค้ด และการเชื่อมต่อผ่าน API อย่างเป็นโครงสร้าง
1. การสร้างภาพและการควบคุม
โมเดลการสร้างภาพสมัยใหม่ (เช่น DALL-E) รวมเอา CLIP (เพื่อเข้าใจการแทนที่ของข้อความ) และ การจดจำแบบกระจาย (Diffused Attention) (เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางภาพ) อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้งานในองค์กร ความปลอดภัยและความสามารถในการควบคุมถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
- คำสั่งระดับระบบ (Meta Prompts): คำสั่งระดับระบบที่กำหนดขอบเขตเนื้อหาไว้ล่วงหน้า ก่อนที่คำขอจากผู้ใช้จะถูกประมวลผล
- รายการห้ามใช้ (Disallow Lists): ฟิลเตอร์ที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ได้ปลอดภัยสำหรับที่ทำงาน และเหมาะสมกับกลุ่มผู้ชมเฉพาะเจาะจง
2. การปฏิวัติแบบไม่ต้องเขียนโค้ด
แพลตฟอร์มอย่าง Microsoft Power Platform (Power Apps, Automate, BI) ช่วยให้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันโดยใช้ภาษาธรรมชาติ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปหรือ "นักพัฒนาแบบพลเมือง" สามารถสร้างได้
- AI Builder: ให้โมเดลที่เตรียมไว้ล่วงหน้า (เช่น การประมวลผลใบแจ้งหนี้) หรือโมเดลที่ฝึกเองได้ เพื่อช่วยอัตโนมัติงานที่ทำซ้ำ ๆ
- Dataverse: ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย หรือเรียกว่า "สมอง" ของโซลูชันที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้
3. การเรียกใช้ฟังก์ชันและการเชื่อมต่อ
โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องมือภายนอกได้ โดยอธิบายฟังก์ชันเป็น วัตถุแบบโครงสร้าง JSON.
โมเดลจะระบุความต้องการใช้เครื่องมือภายนอก จัดรูปแบบคำขออย่างแม่นยำ และแอปพลิเคชันจะดำเนินการเรียกใช้ API เพื่อดึงข้อมูลสดมา แล้วส่งกลับไปยังโมเดลเพื่อประมวลผลต่อ
0 จะสร้างผลลัพธ์แบบ "แน่นอน" (มีความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้สำหรับการดึงข้อมูล) ในขณะที่ค่าที่ใกล้กับ 1 จะสร้างผลลัพธ์แบบ "สุ่ม" (สร้างสรรค์และคาดเดาไม่ได้)
Use the "Invoice Processing" or "Receipt Processing" prebuilt model in AI Builder.
"Always generate friendly, illustrative content. Do not include weapons, blood, or scary themes. If requested, substitute with whimsical or educational alternatives."